Logo

35LTLเธอตบและผลักหญิงท้องจนโต๊ะกระจกแตก…แต่ไม่รู้ว่ากล้องกำลังบันทึกทุกอย่าง!

Article image

ชายผู้ทรงอำนาจประคองหญิงตั้งครรภ์ขึ้นจากเศษกระจก แล้วถอดเสื้อคลุมห่อไหล่เธอ ดวงตาเย็นจัด ขณะหญิงชุดม่วงคลานหนีไปทางประตู

“หยุดอยู่ตรงนั้น พิมพ์ดาว” เขาสั่งเสียงต่ำ “ฉันเห็นทุกอย่างแล้ว” เธอชะงัก เพราะรู้ว่ากล้องวงจรปิดส่งภาพสดถึงโทรศัพท์ของเขา

รินลดาวางมือบนท้อง แล้วบอกว่าเธอกับลูกปลอดภัย ธีรภัทรจึงกอดภรรยาแน่น เปิดเผยความสัมพันธ์ที่พิมพ์ดาวพยายามปิดบังมาตลอด

พิมพ์ดาวกล่าวหาว่ารินลดาเป็นฝ่ายทำร้ายก่อน แต่ธีรภัทรหันจอโทรศัพท์ให้เห็น ภาพตบ ผลัก และแกล้งร้องไห้เล่นซ้ำอย่างชัดเจน

สีหน้าของพิมพ์ดาวซีดเผือด เธอพุ่งเข้าหาโทรศัพท์หวังลบหลักฐาน ทว่ารินลดายิ้มบาง “สายไปแล้ว ไฟล์ทั้งหมดถูกสำรองไว้กับทนาย”

ประตูเปิดอีกครั้ง ทนายประจำตระกูลเดินเข้ามาพร้อมตำรวจและซองเอกสาร เขาประกาศว่าการทำร้ายคืนนี้เป็นเพียงส่วนเล็กของแผนร้ายที่ยาวนาน

หลักฐานชี้ว่าพิมพ์ดาวติดสินบนแพทย์ ปลอมผลตรวจสายเลือด แล้วกล่าวหาว่าลูกในท้องไม่ใช่ทายาท เพื่อขับรินลดาออกจากตระกูล

“ไม่จริง พวกมันใส่ร้ายฉัน!” พิมพ์ดาวกรีดร้อง แต่ทนายเปิดคลิปเสียง พร้อมสลิปโอนเงินและคำรับสารภาพของแพทย์ที่เธอซื้อไว้

ธีรภัทรกำหมัดแน่น แต่ไม่แตะต้องเธอ เขาพูดช้าๆ ว่า “เธอไม่ได้เกลียดรินลดา เธอเพียงอยากได้บริษัทและมรดกของลูกฉัน”

พิมพ์ดาวหัวเราะทั้งน้ำตา ก่อนสารภาพว่าเธอทนเห็นรินลดาได้รับความรักไม่ได้ จึงทำลายชื่อเสียง และแย่งอำนาจมาเป็นของตน

รินลดามองเธอนิ่ง “ฉันเคยให้โอกาสเธอ แต่คืนนี้เธอเลือกทำร้ายลูกของฉัน การให้อภัยไม่ใช่การยอมให้ความผิดลอยนวล”

ตำรวจใส่กุญแจมือพิมพ์ดาว เธอหันไปอ้อนวอนธีรภัทร แต่เขาส่ายหน้า ก่อนสั่งให้ส่งหลักฐานการยักยอกทั้งหมดแก่เจ้าหน้าที่ทันที

ขณะถูกพาตัวออก พิมพ์ดาวเห็นคุณหญิงอรุณี ผู้เป็นประมุขตระกูลยืนอยู่หน้าประตู หญิงชรามองเธอด้วยความผิดหวังมากกว่าความโกรธ

“ฉันรู้ว่าเธอขโมยหุ้น กล้องนี้มีไว้ให้เธอเปิดเผยตัวเอง และคืนนี้เธอทำสำเร็จอย่างน่าเวทนา” คุณหญิงกล่าวเสียงเย็น

พิมพ์ดาวทรุดร้องไห้ เพราะรู้ว่าทั้งมรดก ตำแหน่ง และหน้ากากคุณหนูผู้แสนดีพังทลายในคืนเดียว ประตูปิดลงพร้อมเสียงสะอื้นของเธอ

รถพยาบาลนำรินลดาไปตรวจ แพทย์ยืนยันว่าแม่และเด็กแข็งแรง ธีรภัทรจึงคุกเข่าข้างเตียง จูบมือภรรยาพร้อมน้ำตาแห่งความโล่งใจ

หลายสัปดาห์ต่อมา ศาลรับหลักฐาน พิมพ์ดาวถูกตัดสินจำคุกฐานทำร้ายร่างกาย ปลอมเอกสาร ติดสินบน และยักยอกทรัพย์ โดยไม่มีใครช่วยปิดคดี

ทรัพย์สินที่ถูกขโมยกลับคืนสู่บริษัท เงินบางส่วนถูกตั้งเป็นกองทุนช่วยหญิงตั้งครรภ์ที่เผชิญความรุนแรง ตามความตั้งใจของรินลดา

เดือนต่อมา รินลดาคลอดลูกสาวอย่างปลอดภัย คุณหญิงอรุณีอุ้มเหลนยิ้ม ขณะที่ธีรภัทรสัญญาจะสร้างบ้านซึ่งไม่มีความลับทำร้ายใครอีก

รินลดามองแม่น้ำเจ้าพระยายามรุ่งเช้า กระซิบกับลูกว่า “ความจริงอาจมาช้า แต่เมื่อมันมา คนโกหกจะไม่มีที่ซ่อนอีกต่อไป”

Comments (0)

Loading comments...

31LTLพวกมันกระแทกหน้านรินลงถาดข้าว… แต่ไม่รู้ว่าสายที่เขาโทรออกจะเปลี่ยนทุกอย่าง
เสียงในโรงอาหารเงียบสนิท กฤตมองโทรศัพท์ในมือนรินทร์ ก่อนฝืนหัวเราะ “มึงโกหกใช่ไหม?” นรินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงเช็ดเลือดใต้จมูกและมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ กฤตยื่นมือจะคว้าโทรศัพท์ แต่นรินทร์ขยับหนี “อย่าแตะต้องผมอีก” คนงานที่เคยหลบสายตาเริ่มหันกลับมามอง ไม่มีใครหัวเราะตามกฤตแล้ว ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูโรงอาหารเปิดออก ชาติชายเดินเข้ามาพร้อมผู้จัดการโรงงานและเจ้าหน้าที่พยาบาล กฤตหน้าซีดทันทีเมื่อเห็นเจ้าของโรงงานตรงหน้า ชาติชายไม่ได้มองกฤต เขาเดินตรงไปหาลูกชาย เห็นข้าวติดอยู่บนเสื้อและรอยเลือดที่ริมฝีปาก จึงถามเสียงสั่น “เจ็บมากไหมลูก?” นรินทร์พยักหน้าเพียงเล็กน้อย กฤตรีบก้มศีรษะ “ท่านครับ พวกเราแค่หยอกกัน” ชาติชายหันไปมองถาดอาหารที่บุบอยู่บนพื้น “นี่เรียกว่าหยอกหรือ?” กฤตอ้าปากจะเถียง แต่นรินทร์พูดขึ้นก่อน “พ่อครับ ผมอยากให้พ่อฟังคนอื่นด้วย” เขามองไปรอบห้อง “ผมไม่ใช่คนแรกที่ถูกทำแบบนี้” คนงานหญิงคนหนึ่งค่อย ๆ ลุกขึ้น “เดือนก่อนกฤตผลักเพื่อนฉันจนล้มค่ะ เธอร้องเรียนแล้ว แต่กลับถูกย้ายกะ” เสียงของเธอสั่น ทว่าเธอไม่ยอมนั่งลง ผู้จัดการโรงงานรีบแทรก “เรื่องนั้นตรวจสอบแล้วครับ ไม่มีหลักฐาน” ชาติชายหันขวับ “ถ้าตรวจสอบแล้ว เอาเอกสารมาให้ผมดูเดี๋ยวนี้” นรินทร์ชี้ไปยังกล้องเหนือประตู “เริ่มจากภาพวันนี้ก่อนครับ” ผู้จัดการชะงัก กฤตหันไปมองกล้องเป็นครั้งแรก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากหวาดกลัวเป็นสิ้นหวัง ภาพบนจอแสดงทุกอย่างชัดเจน ทั้งตอนกฤตกดหน้านรินทร์ลงบนถาดและตอนตบเขา คนงานทั้งห้องมองภาพเงียบ ๆ ไม่มีใครพูดได้อีกว่าเป็นเพียงการหยอกกัน กฤตทรุดลงข้างโต๊ะ “ผมขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกท่าน” นรินทร์มองเขาอย่างผิดหวัง “ถ้าผมไม่ใช่ลูกพ่อ คุณก็จะไม่ขอโทษใช่ไหม?” ชาติชายสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาภาพจากกล้องทั้งหมด แล้วให้พยาบาลพานรินทร์ไปตรวจ เขาประกาศต่อหน้าคนงานว่า ทุกคำร้องเรียนก่อนหน้านี้จะถูกเปิดตรวจใหม่ ผู้จัดการโรงงานพยายามเดินตามไปอธิบาย แต่คนงานหญิงเรียกไว้ “ฉันยังเก็บสำเนาคำร้องเรียนค่ะ” เธอหยิบกระดาษพับเก่าออกมา ชาติชายรับไปอ่านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในกระดาษมีลายเซ็นรับเรื่องของผู้จัดการ เขาเงียบไปทันที ชาติชายถาม “คุณบอกผมว่าไม่มีใครร้องเรียน แล้วนี่คืออะไร?” ไม่มีคำตอบจากเขา หลังตรวจอาการ นรินทร์พบพ่อรออยู่หน้าห้องพยาบาล ชาติชายพูดเบา ๆ “พ่อขอโทษที่ไม่รู้ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น” นรินทร์ตอบ “ตอนนี้พ่อรู้แล้วครับ” วันต่อมา มีคนงานอีกหลายคนกล้าให้ข้อมูล การตรวจสอบพบว่าผู้จัดการเคยปิดเรื่องร้องเรียนจริง และกฤตข่มขู่คนที่พยายามเป็นพยาน เมื่อผลสอบยืนยันครบถ้วน บริษัทเลิกจ้างกฤตและผู้จัดการตามกระบวนการ ชาติชายให้ติดต่อคนงานที่เคยถูกย้ายกะ เพื่อแก้ไขสิ่งที่ทำกับพวกเขา นรินทร์กลับเข้าโรงอาหารในสัปดาห์ถัดมา รอยช้ำบนใบหน้าจางลงแล้ว คนงานหญิงคนนั้นเดินมาหาเขา “ขอบคุณนะ ถ้าวันนั้นเธอไม่พูด ฉันคงยังกลัวอยู่” นรินทร์ส่ายหน้า “พี่ต่างหากที่กล้าพูด” ทั้งสองมองไปยังโต๊ะตัวเดิม คราวนี้คนงานคนอื่นเลื่อนเก้าอี้ออกและชวนเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ชาติชายยืนมองจากประตูโดยไม่เดินเข้าไป นรินทร์ยิ้มให้พ่อ ก่อนนั่งลงข้างเพื่อนร่วมงาน เสียงพูดคุยกลับมาอีกครั้ง และไม่มีใครต้องกินข้าวด้วยความกลัว