Logo

33TLสามีตบหน้าและไล่เธอออกจากบ้าน แต่เขาไม่รู้ว่าคฤหาสน์และเงินทุกบาทเป็นของเธอ

Article image

เสียงไซเรนหยุดหน้าคฤหาสน์ ขณะอารยาจ้องข้อความจาก V.V. สายวิดีโอพลันดังขึ้น เธอเช็ดเลือดตรงมุมปาก สูดลมหายใจ แล้วกดรับอย่างระมัดระวัง

ใบหน้าของวิยาดา วาริน ปรากฏบนหน้าจอ เธอพูดทันทีว่า “ธันวา เอกสารโอนทรัพย์พร้อมแล้ว คืนนี้ต้องทำให้อารยาเซ็นให้ได้”

อารยาโน้มใบหน้าเข้าใกล้กล้องแล้วถามเสียงเย็น “คนตายกลับมาวางแผนขโมยสมบัติของฉันได้อย่างไร?” วิยาดาเบิกตากว้างจนพูดไม่ออก

วิยาดารีบตัดสาย แต่โทรศัพท์นิรภัยได้บันทึกภาพ เสียง และตำแหน่งทั้งหมดแล้ว อารยากระซิบว่า “ครั้งนี้เธอกับธันวาจะหนีความจริงไม่พ้น”

ด้านนอก ธันวากำลังพังประตูห้องทำงาน ตำรวจบุกเข้ามาควบคุมตัวเขา พัชราตะโกนว่า “นี่เป็นเรื่องครอบครัว!” นายตำรวจตอบว่า “นี่คือคดีอาญาครับ”

เมธาเดินเข้ามาพร้อมหมายค้นและแฟ้มหลักฐาน เขามองรอยเลือดบนใบหน้าอารยา ก่อนกล่าวว่า “บัญชีทุกแห่งถูกอายัด และหลักฐานทั้งหมดปลอดภัยแล้วครับ”

อารยาเปิดประตูช้า ๆ ธันวารีบเข้ามาอ้อนวอน “ผมแค่โมโห เราเริ่มต้นใหม่ได้นะ” เธอตอบทันทีว่า “ความรักไม่ตบตีและปล้นกัน”

เธอชี้ไปยังภาพบิดาและปู่บนผนัง “คฤหาสน์นี้เป็นของครอบครัวฉัน ทุกสิ่งที่คุณโอ้อวด ถูกสร้างขึ้นก่อนคุณจะเข้ามาในชีวิตฉัน”

เมธาเปิดแฟ้มสีแดง ภายในมีสัญญาปลอม ลายเซ็นเลียนแบบ และหลักฐานการโอนเงินไปต่างประเทศ ทุกเส้นทางเชื่อมโยงถึงธันวากับบัญชีลับของ V.V.

ธันวาส่ายหน้ารุนแรง “วิยาดาหลอกใช้ผม!” อารยาวางข้อความของเขาตรงหน้า “แต่คุณเป็นคนสั่งให้เธอเตรียมเอกสาร และวางแผนกำจัดฉันออกจากบ้าน”

พัชราหันไปถามลูกชายอย่างสั่นเทา “แกบอกแม่ว่าทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของแกไม่ใช่หรือ?” ธันวาก้มหน้า เพราะคำโกหกของเขาพังลงแล้ว

อารยามองพัชรานิ่ง “เงินเดือนละสามแสนห้าหมื่นบาท รถ และชีวิตหรูหราของคุณ มาจากมรดกฉัน ไม่ใช่ความสามารถของลูกชายคุณ”

พัชราทรุดตัวลงและวิงวอน “ให้อภัยแม่เถอะ อย่าตัดทุกอย่างเลย” อารยาตอบว่า “คุณไม่ได้เสียสิ่งของตัวเอง เพราะทั้งหมดไม่เคยเป็นของคุณ”

ญาติที่เคยยืนดูอารยาถูกตบต่างหลบสายตา ชายคนหนึ่งกล่าวว่า “พวกเราควรห้ามเขา” เธอตอบว่า “แต่ทุกคนเลือกยืนดูอย่างสนุกสนาน”

ตำรวจติดตามสัญญาณของวิยาดาไปถึงโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา เธอพยายามหลบหนีทางลานจอดรถ แต่เจ้าหน้าที่ปิดทางออกไว้ทั้งหมดแล้ว

เมื่อถูกจับ วิยาดามีหนังสือเดินทางปลอม เงินสด และสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ เธอยอมรับว่าแกล้งตาย ก่อนร่วมมือกับธันวาเพื่อชิงมรดกของอารยา

ธันวาถูกใส่กุญแจมือ เขามองภรรยาแล้วถามว่า “คุณเคยรักผมจริงไหม?” อารยาตอบทั้งน้ำตาว่า “ฉันรักคนดีที่คุณแกล้งเป็น”

เธอก้าวถอยห่างแล้วพูดต่อ “คนนั้นไม่เคยมีอยู่จริง” ตำรวจพาธันวาออกไป ท่ามกลางสายตาของญาติที่ไม่มีใครกล้าปกป้องเขาอีก

หลายเดือนต่อมา ศาลลงโทษธันวาและวิยาดาฐานทำร้ายร่างกาย ปลอมเอกสาร และสมคบฉ้อโกง ทรัพย์สินทุกชิ้นถูกส่งคืนให้อารยาโดยสมบูรณ์

อารยาเปลี่ยนห้องทำงานเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงถูกทำร้าย เธอมองรอยแผลที่จางลงแล้วกล่าวว่า “เขาไล่ฉันออกจากบ้าน แต่ความจริงไล่เขาออกจากชีวิตฉัน”

Comments (0)

Loading comments...

32LTLพวกเขากระแทกหน้าคนงานใหม่ลงถาดข้าว… ก่อนจะรู้ว่าพ่อของเขาคือใคร!
เสียงของชาติชายยังดังอยู่ในโทรศัพท์ กฤตถอยจนชนโต๊ะอาหาร เขามองนรินทร์สลับกับหน้าจอ ก่อนพึมพำว่า “เป็นไปไม่ได้… แกเป็นลูกเจ้าของโรงงานจริงเหรอ?” ลูกน้องทั้งสี่คนค่อย ๆ ถอยห่างจากกฤต ไม่มีใครหัวเราะแล้ว นรินทร์วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ และนั่งนิ่งทั้งที่อาหารยังเปื้อนอยู่เต็มหน้า ไม่นานประตูโรงอาหารก็เปิดออก ชาติชายเดินเข้ามาพร้อมผู้บริหารหลายคน กฤตรีบก้มศีรษะ แต่ชาติชายเดินผ่านเขาไปโดยไม่แม้แต่จะมอง ชาติชายหยุดตรงหน้าลูกชาย มือของเขาสั่นเมื่อเห็นรอยเลือดที่ริมฝีปากนรินทร์ “พ่อมาช้าไป” เขาพูดเบา ๆ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา กฤตรีบแก้ตัว “ท่านครับ ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกท่าน!” ชาติชายหันกลับมา ดวงตาเย็นเฉียบ “ถ้าเขาไม่ใช่ลูกฉัน แกก็ทำกับเขาได้งั้นหรือ?” คำถามนั้นทำให้กฤตเงียบ นรินทร์จับมือพ่อไว้แล้วพูดว่า “ผมอยากให้พ่อดูภาพจากกล้องครับ เรื่องนี้ไม่ควรจบเพราะผมเป็นลูกพ่อ” ผู้จัดการโรงงานก้าวออกมา “กล้องตรงนี้เสียครับ” คนงานคนหนึ่งกลับยกโทรศัพท์ขึ้น “แต่ผมถ่ายไว้” เขาเดินฝ่าความเงียบมาหยุดข้างนรินทร์ บนหน้าจอ ทุกคนเห็นกฤตกดหน้านรินทร์ลงบนถาดอาหาร แล้วตบเขาอีกครั้ง เสียงถาดกระแทกโต๊ะดังชัด แม้แต่กฤตก็ปฏิเสธภาพนั้นไม่ได้ ชาติชายมองผู้จัดการ “กล้องเสียตั้งแต่เมื่อไร?” อีกฝ่ายอ้ำอึ้ง คนงานที่ถือโทรศัพท์จึงพูดขึ้น “ตั้งแต่มีคนร้องเรียนกฤตครั้งก่อนครับ” คนงานหญิงคนหนึ่งลุกตาม “ฉันเคยแจ้งว่าเขาข่มขู่เพื่อนร่วมกะ แต่ผู้จัดการบอกให้เงียบ ไม่อย่างนั้นจะถูกย้ายงาน” เสียงเธอสั่น แต่พูดจนจบ อีกสองคนเดินเข้ามายืนข้างเธอ หนึ่งในนั้นหยิบสำเนาคำร้องเรียนออกจากกระเป๋า ชาติชายรับไปอ่าน ก่อนหันมองลายเซ็นของผู้จัดการบนกระดาษ ผู้จัดการหน้าซีด “ผมอธิบายได้ครับ” ชาติชายยื่นกระดาษคืนให้เจ้าหน้าที่ “เก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วตรวจทุกคำร้องเรียนย้อนหลัง ห้ามใครลบหรือแก้ไขอะไรทั้งนั้น” กฤตหันไปหาลูกน้องราวกับจะให้ช่วยพูด แต่ชายคนหนึ่งกลับก้มหน้า “ผมเคยหัวเราะตามเขา เพราะกลัวจะโดนเหมือนคนอื่น ผมขอโทษครับ” นรินทร์มองชายคนนั้น ก่อนหันไปหาพ่อ “ผมต้องการให้ทุกคนพูดได้โดยไม่ถูกขู่” ชาติชายพยักหน้า “พ่อจะรับฟังพวกเขา และให้ตรวจสอบอย่างเป็นธรรม” เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาดูบาดแผลนรินทร์ ระหว่างนั้นชาติชายยืนต่อหน้าคนงานทั้งโรงอาหาร “ผมเป็นเจ้าของที่นี่ แต่กลับไม่รู้ว่าพวกคุณต้องกลัวอะไรทุกวัน” เขาก้มศีรษะให้พวกเขา “ผมขอโทษ” คนงานหญิงน้ำตาคลอ นรินทร์มองพ่ออย่างประหลาดใจ เพราะเขารู้ว่าคำขอโทษต่อหน้าทุกคนไม่ใช่เรื่องง่าย หลายวันต่อมา ผลสอบยืนยันทั้งการทำร้ายนรินทร์และการปิดบังคำร้องเรียน บริษัทเลิกจ้างกฤตกับผู้จัดการ และช่วยผู้เสียหายดำเนินเรื่องตามสิทธิของตน คนงานหญิงที่เคยถูกย้ายกะได้กลับไปทำงานเดิม ชาติชายเปิดช่องทางร้องเรียนที่ส่งถึงทีมอิสระโดยตรง ส่วนนรินทร์เลือกกลับมาทำงานในชุดพนักงานตัวเก่า เที่ยงวันนั้น นรินทร์เดินเข้าโรงอาหารพร้อมรอยช้ำที่จางลง คนงานคนหนึ่งเลื่อนเก้าอี้ให้ เขายิ้ม รับถาดข้าวมา แล้วนั่งลงกินกับทุกคน ชาติชายเดินเข้ามาทีหลังพร้อมถาดอาหารของตัวเอง เขานั่งข้างลูกชายและพูดให้คนรอบโต๊ะได้ยิน “จากนี้ ที่นี่ไม่มีใครมีสิทธิ์เหยียบย่ำใครอีก”