32LTLพวกเขากระแทกหน้าคนงานใหม่ลงถาดข้าว… ก่อนจะรู้ว่าพ่อของเขาคือใคร!

เสียงของชาติชายยังดังอยู่ในโทรศัพท์ กฤตถอยจนชนโต๊ะอาหาร เขามองนรินทร์สลับกับหน้าจอ ก่อนพึมพำว่า “เป็นไปไม่ได้… แกเป็นลูกเจ้าของโรงงานจริงเหรอ?”
ลูกน้องทั้งสี่คนค่อย ๆ ถอยห่างจากกฤต ไม่มีใครหัวเราะแล้ว นรินทร์วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ และนั่งนิ่งทั้งที่อาหารยังเปื้อนอยู่เต็มหน้า
ไม่นานประตูโรงอาหารก็เปิดออก ชาติชายเดินเข้ามาพร้อมผู้บริหารหลายคน กฤตรีบก้มศีรษะ แต่ชาติชายเดินผ่านเขาไปโดยไม่แม้แต่จะมอง
ชาติชายหยุดตรงหน้าลูกชาย มือของเขาสั่นเมื่อเห็นรอยเลือดที่ริมฝีปากนรินทร์ “พ่อมาช้าไป” เขาพูดเบา ๆ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา
กฤตรีบแก้ตัว “ท่านครับ ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกท่าน!” ชาติชายหันกลับมา ดวงตาเย็นเฉียบ “ถ้าเขาไม่ใช่ลูกฉัน แกก็ทำกับเขาได้งั้นหรือ?”
คำถามนั้นทำให้กฤตเงียบ นรินทร์จับมือพ่อไว้แล้วพูดว่า “ผมอยากให้พ่อดูภาพจากกล้องครับ เรื่องนี้ไม่ควรจบเพราะผมเป็นลูกพ่อ”
ผู้จัดการโรงงานก้าวออกมา “กล้องตรงนี้เสียครับ” คนงานคนหนึ่งกลับยกโทรศัพท์ขึ้น “แต่ผมถ่ายไว้” เขาเดินฝ่าความเงียบมาหยุดข้างนรินทร์
บนหน้าจอ ทุกคนเห็นกฤตกดหน้านรินทร์ลงบนถาดอาหาร แล้วตบเขาอีกครั้ง เสียงถาดกระแทกโต๊ะดังชัด แม้แต่กฤตก็ปฏิเสธภาพนั้นไม่ได้
ชาติชายมองผู้จัดการ “กล้องเสียตั้งแต่เมื่อไร?” อีกฝ่ายอ้ำอึ้ง คนงานที่ถือโทรศัพท์จึงพูดขึ้น “ตั้งแต่มีคนร้องเรียนกฤตครั้งก่อนครับ”
คนงานหญิงคนหนึ่งลุกตาม “ฉันเคยแจ้งว่าเขาข่มขู่เพื่อนร่วมกะ แต่ผู้จัดการบอกให้เงียบ ไม่อย่างนั้นจะถูกย้ายงาน” เสียงเธอสั่น แต่พูดจนจบ
อีกสองคนเดินเข้ามายืนข้างเธอ หนึ่งในนั้นหยิบสำเนาคำร้องเรียนออกจากกระเป๋า ชาติชายรับไปอ่าน ก่อนหันมองลายเซ็นของผู้จัดการบนกระดาษ
ผู้จัดการหน้าซีด “ผมอธิบายได้ครับ” ชาติชายยื่นกระดาษคืนให้เจ้าหน้าที่ “เก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วตรวจทุกคำร้องเรียนย้อนหลัง ห้ามใครลบหรือแก้ไขอะไรทั้งนั้น”
กฤตหันไปหาลูกน้องราวกับจะให้ช่วยพูด แต่ชายคนหนึ่งกลับก้มหน้า “ผมเคยหัวเราะตามเขา เพราะกลัวจะโดนเหมือนคนอื่น ผมขอโทษครับ”
นรินทร์มองชายคนนั้น ก่อนหันไปหาพ่อ “ผมต้องการให้ทุกคนพูดได้โดยไม่ถูกขู่” ชาติชายพยักหน้า “พ่อจะรับฟังพวกเขา และให้ตรวจสอบอย่างเป็นธรรม”
เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาดูบาดแผลนรินทร์ ระหว่างนั้นชาติชายยืนต่อหน้าคนงานทั้งโรงอาหาร “ผมเป็นเจ้าของที่นี่ แต่กลับไม่รู้ว่าพวกคุณต้องกลัวอะไรทุกวัน”
เขาก้มศีรษะให้พวกเขา “ผมขอโทษ” คนงานหญิงน้ำตาคลอ นรินทร์มองพ่ออย่างประหลาดใจ เพราะเขารู้ว่าคำขอโทษต่อหน้าทุกคนไม่ใช่เรื่องง่าย
หลายวันต่อมา ผลสอบยืนยันทั้งการทำร้ายนรินทร์และการปิดบังคำร้องเรียน บริษัทเลิกจ้างกฤตกับผู้จัดการ และช่วยผู้เสียหายดำเนินเรื่องตามสิทธิของตน
คนงานหญิงที่เคยถูกย้ายกะได้กลับไปทำงานเดิม ชาติชายเปิดช่องทางร้องเรียนที่ส่งถึงทีมอิสระโดยตรง ส่วนนรินทร์เลือกกลับมาทำงานในชุดพนักงานตัวเก่า
เที่ยงวันนั้น นรินทร์เดินเข้าโรงอาหารพร้อมรอยช้ำที่จางลง คนงานคนหนึ่งเลื่อนเก้าอี้ให้ เขายิ้ม รับถาดข้าวมา แล้วนั่งลงกินกับทุกคน
ชาติชายเดินเข้ามาทีหลังพร้อมถาดอาหารของตัวเอง เขานั่งข้างลูกชายและพูดให้คนรอบโต๊ะได้ยิน “จากนี้ ที่นี่ไม่มีใครมีสิทธิ์เหยียบย่ำใครอีก”
Comments (0)
Loading comments...
May You Like

35LTLเธอตบและผลักหญิงท้องจนโต๊ะกระจกแตก…แต่ไม่รู้ว่ากล้องกำลังบันทึกทุกอย่าง!

38LTLแม่ผัวสาดน้ำใส่สะใภ้ ก่อนรู้ว่าพ่อของเธอคือคนที่ไม่มีใครกล้าต่อต้าน!














