31LTLพวกมันกระแทกหน้านรินลงถาดข้าว… แต่ไม่รู้ว่าสายที่เขาโทรออกจะเปลี่ยนทุกอย่าง

เสียงในโรงอาหารเงียบสนิท กฤตมองโทรศัพท์ในมือนรินทร์ ก่อนฝืนหัวเราะ “มึงโกหกใช่ไหม?” นรินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงเช็ดเลือดใต้จมูกและมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ
กฤตยื่นมือจะคว้าโทรศัพท์ แต่นรินทร์ขยับหนี “อย่าแตะต้องผมอีก” คนงานที่เคยหลบสายตาเริ่มหันกลับมามอง ไม่มีใครหัวเราะตามกฤตแล้ว
ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูโรงอาหารเปิดออก ชาติชายเดินเข้ามาพร้อมผู้จัดการโรงงานและเจ้าหน้าที่พยาบาล กฤตหน้าซีดทันทีเมื่อเห็นเจ้าของโรงงานตรงหน้า
ชาติชายไม่ได้มองกฤต เขาเดินตรงไปหาลูกชาย เห็นข้าวติดอยู่บนเสื้อและรอยเลือดที่ริมฝีปาก จึงถามเสียงสั่น “เจ็บมากไหมลูก?”
นรินทร์พยักหน้าเพียงเล็กน้อย กฤตรีบก้มศีรษะ “ท่านครับ พวกเราแค่หยอกกัน” ชาติชายหันไปมองถาดอาหารที่บุบอยู่บนพื้น “นี่เรียกว่าหยอกหรือ?”
กฤตอ้าปากจะเถียง แต่นรินทร์พูดขึ้นก่อน “พ่อครับ ผมอยากให้พ่อฟังคนอื่นด้วย” เขามองไปรอบห้อง “ผมไม่ใช่คนแรกที่ถูกทำแบบนี้”
คนงานหญิงคนหนึ่งค่อย ๆ ลุกขึ้น “เดือนก่อนกฤตผลักเพื่อนฉันจนล้มค่ะ เธอร้องเรียนแล้ว แต่กลับถูกย้ายกะ” เสียงของเธอสั่น ทว่าเธอไม่ยอมนั่งลง
ผู้จัดการโรงงานรีบแทรก “เรื่องนั้นตรวจสอบแล้วครับ ไม่มีหลักฐาน” ชาติชายหันขวับ “ถ้าตรวจสอบแล้ว เอาเอกสารมาให้ผมดูเดี๋ยวนี้”
นรินทร์ชี้ไปยังกล้องเหนือประตู “เริ่มจากภาพวันนี้ก่อนครับ” ผู้จัดการชะงัก กฤตหันไปมองกล้องเป็นครั้งแรก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากหวาดกลัวเป็นสิ้นหวัง
ภาพบนจอแสดงทุกอย่างชัดเจน ทั้งตอนกฤตกดหน้านรินทร์ลงบนถาดและตอนตบเขา คนงานทั้งห้องมองภาพเงียบ ๆ ไม่มีใครพูดได้อีกว่าเป็นเพียงการหยอกกัน
กฤตทรุดลงข้างโต๊ะ “ผมขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกท่าน” นรินทร์มองเขาอย่างผิดหวัง “ถ้าผมไม่ใช่ลูกพ่อ คุณก็จะไม่ขอโทษใช่ไหม?”
ชาติชายสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาภาพจากกล้องทั้งหมด แล้วให้พยาบาลพานรินทร์ไปตรวจ เขาประกาศต่อหน้าคนงานว่า ทุกคำร้องเรียนก่อนหน้านี้จะถูกเปิดตรวจใหม่
ผู้จัดการโรงงานพยายามเดินตามไปอธิบาย แต่คนงานหญิงเรียกไว้ “ฉันยังเก็บสำเนาคำร้องเรียนค่ะ” เธอหยิบกระดาษพับเก่าออกมา ชาติชายรับไปอ่านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ในกระดาษมีลายเซ็นรับเรื่องของผู้จัดการ เขาเงียบไปทันที ชาติชายถาม “คุณบอกผมว่าไม่มีใครร้องเรียน แล้วนี่คืออะไร?” ไม่มีคำตอบจากเขา
หลังตรวจอาการ นรินทร์พบพ่อรออยู่หน้าห้องพยาบาล ชาติชายพูดเบา ๆ “พ่อขอโทษที่ไม่รู้ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น” นรินทร์ตอบ “ตอนนี้พ่อรู้แล้วครับ”
วันต่อมา มีคนงานอีกหลายคนกล้าให้ข้อมูล การตรวจสอบพบว่าผู้จัดการเคยปิดเรื่องร้องเรียนจริง และกฤตข่มขู่คนที่พยายามเป็นพยาน
เมื่อผลสอบยืนยันครบถ้วน บริษัทเลิกจ้างกฤตและผู้จัดการตามกระบวนการ ชาติชายให้ติดต่อคนงานที่เคยถูกย้ายกะ เพื่อแก้ไขสิ่งที่ทำกับพวกเขา
นรินทร์กลับเข้าโรงอาหารในสัปดาห์ถัดมา รอยช้ำบนใบหน้าจางลงแล้ว คนงานหญิงคนนั้นเดินมาหาเขา “ขอบคุณนะ ถ้าวันนั้นเธอไม่พูด ฉันคงยังกลัวอยู่”
นรินทร์ส่ายหน้า “พี่ต่างหากที่กล้าพูด” ทั้งสองมองไปยังโต๊ะตัวเดิม คราวนี้คนงานคนอื่นเลื่อนเก้าอี้ออกและชวนเขานั่งกินข้าวด้วยกัน
ชาติชายยืนมองจากประตูโดยไม่เดินเข้าไป นรินทร์ยิ้มให้พ่อ ก่อนนั่งลงข้างเพื่อนร่วมงาน เสียงพูดคุยกลับมาอีกครั้ง และไม่มีใครต้องกินข้าวด้วยความกลัว
Comments (0)
Loading comments...
May You Like

21LTL“ผมไม่มีพ่อที่แต่งตัวแบบนี้!” แต่คำตอบของชายชราทำให้ทั้งงานเงียบงัน

20LTLสาวเสิร์ฟถูกลากเข้ากลางงานแต่ง ก่อนสร้อยเส้นเดียวจะเปิดโปงความลับสิบปี

















