Logo

17LTLเธอฟาดแม่บ้านเพื่อให้พ้นทาง…แต่ไม่รู้ว่าพ่อของเด็กกลับมาแล้ว!

Article image

ทันทีที่เสียงของธนวัฒน์ก้องทั่วคฤหาสน์ เขาก็ก้าวเข้าไปแย่งไม้กอล์ฟจากมือวรรณวิสาแล้วโยนมันลงบนพื้นห่างจากทุกคน เสียงโลหะกระทบหินอ่อนดังสะท้อนจนทั้งห้องเงียบสนิท “วางมือจากพวกเธอเดี๋ยวนี้!” เขาตวาด ก่อนทรุดตัวลงเห็นรอยขีดข่วนบนใบหน้าลูกสาว วรรณวิสารีบแก้ตัวว่า “ผู้หญิงคนนี้ขโมยของและกำลังพาพลอยหนี ฉันแค่หยุดเธอ!” แต่มะลิยังกอดเด็กหญิงไว้แน่นและตอบทั้งน้ำตา “ดิฉันไม่ได้ขโมยค่ะ คุณวรรณวิสาขังคุณหนูไว้ในห้องเก็บของ ดิฉันได้ยินเสียงร้องจึงพังประตูเข้าไปช่วย” ธนวัฒน์เงยหน้ามองพี่สาวต่างมารดาด้วยแววตาเย็นเยียบ “คืนนี้ไม่มีใครออกจากบ้านหลังนี้ จนกว่าผมจะรู้ว่าความจริงคืออะไร”

น้องพลอยค่อย ๆ คลายมือจากเสื้อของมะลิ แล้วคลานเข้าไปกอดคอพ่อด้วยร่างที่สั่นเทา “พ่อคะ…คุณป้าบอกว่าถ้าหนูเล่าความจริง พ่อจะตายเหมือนแม่” คำพูดนั้นทำให้ธนวัฒน์นิ่งแข็ง ส่วนวรรณวิสาหน้าซีดทันที เด็กหญิงสะอื้นก่อนเล่าต่อว่า คืนก่อนที่แม่ของเธอจะหมดสติ เธอเห็นวรรณวิสาเทยาจากขวดสีน้ำตาลลงในถ้วยชา และเมื่อรู้ว่าพลอยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด วรรณวิสาก็ข่มขู่ไม่ให้พูด “เด็กแค่นี้จำผิดได้!” วรรณวิสาตะโกนแทรก แต่พลอยส่ายหน้าแรง ๆ “หนูไม่ได้จำผิดค่ะ คุณป้าถามหนูทุกวันว่าแท็บเล็ตของแม่อยู่ที่ไหน คืนนี้คุณป้าบอกว่าจะทำให้หนูหายไป” ธนวัฒน์กอดลูกแน่นขึ้น พลางถามด้วยเสียงแตกพร่า “ทำไมลูกไม่เคยบอกพ่อ?” พลอยตอบเบา ๆ ว่า “เพราะพ่อไม่เคยอยู่บ้าน และคุณป้าบอกว่าพ่อจะไม่เชื่อหนู”

มะลิล้วงแท็บเล็ตเครื่องเล็กที่ห่อด้วยผ้าออกมาจากใต้เสื้อบริการ แล้ววางลงบนโต๊ะหินอ่อน “คุณหนูไม่ได้โกหกค่ะ ดิฉันพบเครื่องนี้ซ่อนอยู่หลังตู้ในห้องของคุณผู้หญิง และข้อมูลทั้งหมดถูกสำรองไว้บนระบบออนไลน์” เมื่อเปิดไฟล์ภาพจากคืนเกิดเหตุ ทุกคนเห็นวรรณวิสากำลังค้นเอกสารบัญชีบริษัท ก่อนเทยาลงในชา เสียงของแม่พลอยดังจากภาพว่า “ฉันรู้แล้วว่าเธอยักยอกเงิน ถ้าเธอไม่คืนทุกอย่าง ฉันจะบอกธนวัฒน์” จากนั้นเสียงวรรณวิสาตอบกลับอย่างเย็นชา “ถ้าเธอเงียบ ทุกคนก็จะยังเป็นครอบครัว” ภาพจบลงตรงที่วรรณวิสาหันมาเห็นพลอยยืนอยู่หน้าประตู ธนวัฒน์ปิดหน้าจอช้า ๆ แล้วถามว่า “หลักฐานอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว คุณยังจะกล่าวหาว่าลูกผมโกหกอีกหรือ?”

วรรณวิสาถอยหลังจนชนเคาน์เตอร์ ก่อนพยายามอ้อนวอนว่า “ฉันแค่เอาเงินไปหมุน ยานั่นมีไว้ให้เธอหลับ ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะตาย!” ทันใดนั้นประตูกระจกก็เปิดอีกครั้ง ตำรวจ ทนายประจำตระกูล และแพทย์นิติเวชเดินเข้ามาพร้อมเอกสารหลายชุด นายตำรวจกล่าวว่า “ผลตรวจตัวอย่างเลือดที่เก็บไว้พบสารชนิดเดียวกับยาในขวด และเราพบหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีบริษัทเข้าบัญชีของคุณ” ธนวัฒน์จึงเปิดเผยว่าไฟล์บางส่วนถูกมะลิส่งให้เขาก่อนหน้านี้ เขาจึงให้เจ้าหน้าที่รออยู่ด้านนอก “ผมกลับมาเพื่อถามความจริง แต่กลับเห็นคุณกำลังตีคนที่ใช้ร่างกายปกป้องลูกผม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นจากความโกรธ “คุณไม่ได้ทำลายแค่บริษัท คุณพรากแม่ไปจากลูก และยังพยายามทำลายเด็กที่เป็นพยานคนสุดท้าย”

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินเข้าหา วรรณวิสากลับหมุนตัววิ่งไปทางประตู แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขวางไว้ เธอจึงทรุดลงและกรีดร้องว่า “ใช่! ฉันเปลี่ยนยาเอง เพราะแม่ของเด็กกำลังจะไล่ฉันออกจากบริษัท! ฉันสร้างทุกอย่างมากับครอบครัวนี้ ทำไมสมบัติทั้งหมดต้องตกเป็นของเด็กคนนั้น!” มะลิประคองตัวลุกขึ้น แม้เจ็บจากแรงกระแทก แล้วกล่าวว่า “คุณอาจโกหกเรื่องเงินได้ แต่คุณตีดิฉันเพื่อให้ไปถึงเด็กคนหนึ่ง นั่นไม่ใช่ความผิดพลาด มันคือสิ่งที่คุณเลือกทำ” ขณะตำรวจใส่กุญแจมือ วรรณวิสาหันไปหาธนวัฒน์และวิงวอน “ช่วยฉันสิ เรามีสายเลือดเดียวกันนะ!” เขาตอบโดยไม่หลบตา “สายเลือดไม่ได้ลบความผิด และตั้งแต่วินาทีนี้ คุณต้องรับผลของทุกสิ่งที่ทำ” พลอยกำมือพ่อแน่นแล้วถามว่า “พ่อจะไม่ให้คุณป้ากลับมาทำร้ายใครอีกใช่ไหม?” ธนวัฒน์ก้มลงจูบหน้าผากลูก “พ่อสัญญา ครั้งนี้พ่อจะไม่ปล่อยมือหนูอีก”

หลายเดือนต่อมา ศาลตัดสินวรรณวิสามีความผิดฐานฆาตกรรม ยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร กักขัง และทำร้ายร่างกาย ทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบถูกยึดคืนทั้งหมด ก่อนถูกนำตัวออกจากศาล เธอหันมาพูดกับธนวัฒน์ว่า “ฉันขอโทษ ให้อภัยฉันสักครั้งได้ไหม?” เขาตอบอย่างสงบนิ่งว่า “คำขอโทษของคุณไปไม่ถึงคนที่ตายแล้ว ส่วนคนที่ยังมีชีวิตต้องการความยุติธรรม ไม่ใช่คำแก้ตัว” หลังจากนั้นเขาคุกเข่าต่อหน้ามะลิและกล่าวว่า “คุณช่วยชีวิตลูกผมไว้ ผมจะตอบแทนทุกอย่างที่คุณต้องการ” แต่มะลิส่ายหน้า “คุณหนูไม่ต้องการเงินเพิ่มค่ะ เธอต้องการพ่อที่ฟังเธอ เชื่อเธอ และอยู่ข้างเธอ” พลอยจึงกอดธนวัฒน์แล้วกระซิบว่า “หนูไม่อยากได้บ้านหลังใหญ่ หนูแค่อยากตื่นมาแล้วเห็นว่าพ่อยังอยู่” เขากอดลูกพลางร้องไห้ “ต่อจากนี้ ลูกจะไม่ต้องรอพ่ออีกแล้ว”

หนึ่งปีผ่านไป ห้องเก็บของที่เคยใช้ขังพลอยถูกรื้อและเปลี่ยนเป็นห้องให้คำปรึกษาสำหรับเด็ก ส่วนปีกหนึ่งของคฤหาสน์กลายเป็นมูลนิธิคุ้มครองเด็กในชื่อของแม่พลอย มะลิได้รับทุนเรียนด้านการดูแลเด็กและกลับมาทำงานเป็นผู้ดูแลมูลนิธิ เช้าวันเปิดงาน พลอยยืนใต้ต้นมะลิริมแม่น้ำ รอยแผลบนใบหน้าจางหาย เหลือเพียงรอยยิ้มสดใส เธอวางดอกไม้ลงหน้ารูปแม่แล้วพูดว่า “แม่คะ วันนี้หนูไม่กลัวบ้านหลังนี้แล้ว ความจริงของแม่ช่วยเด็กคนอื่นได้ด้วยนะคะ” ธนวัฒน์เดินเข้ามาจับมือลูกและถามว่า “ถ้าวันหนึ่งพ่อทำผิด ลูกจะกล้าบอกพ่อไหม?” พลอยพยักหน้า “หนูจะบอกค่ะ เพราะตอนนี้พ่อฟังหนูแล้ว” มะลิยิ้มทั้งน้ำตาและกล่าวว่า “บ้านที่ปลอดภัยไม่ใช่บ้านที่ไม่มีความลับ แต่คือบ้านที่ไม่มีใครถูกบังคับให้เงียบ” เสียงหัวเราะของพลอยดังไปทั่วคฤหาสน์ และเป็นครั้งแรกที่บ้านอันใหญ่โตหลังนั้นไม่ได้สะท้อนเสียงแห่งความกลัวอีกต่อไป

Comments (0)

Loading comments...

33TLสามีตบหน้าและไล่เธอออกจากบ้าน แต่เขาไม่รู้ว่าคฤหาสน์และเงินทุกบาทเป็นของเธอ
เสียงไซเรนหยุดหน้าคฤหาสน์ ขณะอารยาจ้องข้อความจาก V.V. สายวิดีโอพลันดังขึ้น เธอเช็ดเลือดตรงมุมปาก สูดลมหายใจ แล้วกดรับอย่างระมัดระวัง ใบหน้าของวิยาดา วาริน ปรากฏบนหน้าจอ เธอพูดทันทีว่า “ธันวา เอกสารโอนทรัพย์พร้อมแล้ว คืนนี้ต้องทำให้อารยาเซ็นให้ได้” อารยาโน้มใบหน้าเข้าใกล้กล้องแล้วถามเสียงเย็น “คนตายกลับมาวางแผนขโมยสมบัติของฉันได้อย่างไร?” วิยาดาเบิกตากว้างจนพูดไม่ออก วิยาดารีบตัดสาย แต่โทรศัพท์นิรภัยได้บันทึกภาพ เสียง และตำแหน่งทั้งหมดแล้ว อารยากระซิบว่า “ครั้งนี้เธอกับธันวาจะหนีความจริงไม่พ้น” ด้านนอก ธันวากำลังพังประตูห้องทำงาน ตำรวจบุกเข้ามาควบคุมตัวเขา พัชราตะโกนว่า “นี่เป็นเรื่องครอบครัว!” นายตำรวจตอบว่า “นี่คือคดีอาญาครับ” เมธาเดินเข้ามาพร้อมหมายค้นและแฟ้มหลักฐาน เขามองรอยเลือดบนใบหน้าอารยา ก่อนกล่าวว่า “บัญชีทุกแห่งถูกอายัด และหลักฐานทั้งหมดปลอดภัยแล้วครับ” อารยาเปิดประตูช้า ๆ ธันวารีบเข้ามาอ้อนวอน “ผมแค่โมโห เราเริ่มต้นใหม่ได้นะ” เธอตอบทันทีว่า “ความรักไม่ตบตีและปล้นกัน” เธอชี้ไปยังภาพบิดาและปู่บนผนัง “คฤหาสน์นี้เป็นของครอบครัวฉัน ทุกสิ่งที่คุณโอ้อวด ถูกสร้างขึ้นก่อนคุณจะเข้ามาในชีวิตฉัน” เมธาเปิดแฟ้มสีแดง ภายในมีสัญญาปลอม ลายเซ็นเลียนแบบ และหลักฐานการโอนเงินไปต่างประเทศ ทุกเส้นทางเชื่อมโยงถึงธันวากับบัญชีลับของ V.V. ธันวาส่ายหน้ารุนแรง “วิยาดาหลอกใช้ผม!” อารยาวางข้อความของเขาตรงหน้า “แต่คุณเป็นคนสั่งให้เธอเตรียมเอกสาร และวางแผนกำจัดฉันออกจากบ้าน” พัชราหันไปถามลูกชายอย่างสั่นเทา “แกบอกแม่ว่าทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของแกไม่ใช่หรือ?” ธันวาก้มหน้า เพราะคำโกหกของเขาพังลงแล้ว อารยามองพัชรานิ่ง “เงินเดือนละสามแสนห้าหมื่นบาท รถ และชีวิตหรูหราของคุณ มาจากมรดกฉัน ไม่ใช่ความสามารถของลูกชายคุณ” พัชราทรุดตัวลงและวิงวอน “ให้อภัยแม่เถอะ อย่าตัดทุกอย่างเลย” อารยาตอบว่า “คุณไม่ได้เสียสิ่งของตัวเอง เพราะทั้งหมดไม่เคยเป็นของคุณ” ญาติที่เคยยืนดูอารยาถูกตบต่างหลบสายตา ชายคนหนึ่งกล่าวว่า “พวกเราควรห้ามเขา” เธอตอบว่า “แต่ทุกคนเลือกยืนดูอย่างสนุกสนาน” ตำรวจติดตามสัญญาณของวิยาดาไปถึงโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา เธอพยายามหลบหนีทางลานจอดรถ แต่เจ้าหน้าที่ปิดทางออกไว้ทั้งหมดแล้ว เมื่อถูกจับ วิยาดามีหนังสือเดินทางปลอม เงินสด และสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ เธอยอมรับว่าแกล้งตาย ก่อนร่วมมือกับธันวาเพื่อชิงมรดกของอารยา ธันวาถูกใส่กุญแจมือ เขามองภรรยาแล้วถามว่า “คุณเคยรักผมจริงไหม?” อารยาตอบทั้งน้ำตาว่า “ฉันรักคนดีที่คุณแกล้งเป็น” เธอก้าวถอยห่างแล้วพูดต่อ “คนนั้นไม่เคยมีอยู่จริง” ตำรวจพาธันวาออกไป ท่ามกลางสายตาของญาติที่ไม่มีใครกล้าปกป้องเขาอีก หลายเดือนต่อมา ศาลลงโทษธันวาและวิยาดาฐานทำร้ายร่างกาย ปลอมเอกสาร และสมคบฉ้อโกง ทรัพย์สินทุกชิ้นถูกส่งคืนให้อารยาโดยสมบูรณ์ อารยาเปลี่ยนห้องทำงานเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงถูกทำร้าย เธอมองรอยแผลที่จางลงแล้วกล่าวว่า “เขาไล่ฉันออกจากบ้าน แต่ความจริงไล่เขาออกจากชีวิตฉัน”